Page
นิวเคลียร์…..น่ากลัวจริงหรือ?
หน้า 1
ผศ. ดร. สมพร จองคำ
นายกสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย
ทุกวันนี้ เราได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่อง “พลังงานนิวเคลียร์” หรือที่เรียกให้ถูกต้องชัดเจน คือ เรื่อง “พลังงานนิวเคลียร์” ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวกับ เรื่อง การตามหาหัวรบ หรือ “ระเบิดนิวเคลียร์” ในประเทศอิรัก จนเป็นเหตุให้ประเทศมหาอำนาจ คือ อเมริกา อังกฤษ และอื่นๆ มาทำสงครามกับอิรัก และที่ยังเป็นเรื่องเป็นราว คือ ระเบิดนิวเคลียร์ก็หาไม่เจอ ประธานาธิบดีซัดดัม ก็ถูกจับไปแล้ว ทุกวันนี้ ก็ยังมีการฆ่ากันอยู่ เป็นประจำ ทั้งสองฝ่ายตายกันเป็นเบือ
ต่อมาก็เป็นการตามหา “ระเบิดนิวเคลียร์” ในประเทศเกาหลีเหนือ และประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐกำลังจับตามองอยู่ว่า จะมีสิ่งเหล่านี้ หรือเปล่า ถ้ามีให้ถือว่าเป็นประเทศที่เป็นภัยคุกคาม ต่อสันติภาพของโลก สำหรับประเทศไทยไม่มีแน่ เพราะไทยเรา ได้ลงนาม ในสนธิสัญญา ว่าด้วยการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Test-Ban Treaty หรือ CTBT) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 เมื่อไทยเราลงนามในสนธิสัญญา CTBT แล้ว พันธกรณีที่ต้องทำ คือ จะต้องไม่ดำเนินการ ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ หรือการระเบิดทางนิวเคลียร์อื่นใด ห้ามและป้องกัน ไม่ให้มีการระเบิดทางนิวเคลียร์ ในที่ใดๆ ภายใน ราชอาณาจักรไทย รวมทั้งไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นสาเหตุ หรือกระตุ้น หรือมีส่วนร่วม ในการดำเนินการ ทดลอง ระเบิดนิวเคลียร์ เป็นอันว่าไทยปลอดภัย จากการตรวจสอบ โดยประเทศมหาอำนาจอย่างแน่นอน

ผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมพิจารณาหนังสือของนายแพทย์นพดล สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลำปาง ท่านเป็นประธาน คณะอนุกรรมการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของวุฒิสภา ที่เขียนไปถึง ฯพณฯ พตท. ทักษิน ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๔๗ มีสาระสำคัญดังนี้

๑.๔ การปฏิรูปการศึกษา

“ขอให้ทำการปรับปรุง แก้ไข จัดทำใหม่ ซึ่งหนังสือเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ขอยกตัวอย่าง หนังสือเรียน วิชาวิทยาศาสตร์ เล่ม ๕ ว ๓๐๕ ชั้น ม. ๓ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น พ.ศ. ๒๕๒๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๓๓) หน้า ๑๓๙ (รูปซากของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล) หน้า ๑๔๐ (การระเบิดของลูกระเบิดอะตอม) หน้า ๑๔๑ (สภาพเมืองฮิโรชิมา หลังจากถูกทิ้งลูกระเบิดอะตอม) ทำให้เกิดความกลัว “นิวเคลียร์” ซึ่งต่างจากหนังสือเรียนของต่างประเทศ เช่น อังกฤษ เขาจะให้นักเรียนรู้ถึงข้อดี และข้อเสียของนิวเคลียร์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการต่อต้านสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ที่อำเภอองครักษ์ (ย้ายจากบางเขน ขณะนี้ยังก่อสร้างต่อไม่ได้)

การเพิ่มฐานจำนวนนักวิทยาศาสตร์ ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จะช่วยให้นักศึกษา เข้าเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ ในระดับอุดมศึกษามากขึ้น”

ขึ้นชื่อว่า “นิวเคลียร์” แล้วคนเรามักจะนึกถึงแต่ภาพที่น่ากลัวจากระเบิดรูปดอกเห็ด หรือซากปรักหักพังของเมืองฮิโรชิมา และเมืองนางาซากิ ที่ถูกถล่มด้วยระเบิดนิวเคลียร์ หรือมาอีกภาพหนึ่งก็คือ ภาพซากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงที่ 4 ของเมืองเชอร์โนบิล ระเบิดที่ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2529 ล้วนแล้วแต่เป็นภาพที่มองแล้ว เกิดภาพแห่งความกลัว “นิวเคลียร์” ขึ้นมาทันที

สำหรับเรื่องการปรับปรุง แก้ไข จัดทำใหม่หนังสือเรียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง “นิวเคลียร์” นั้น ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ (โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ) จะให้ความร่วมมือกับทางกระทรวงศึกษาธิการ (กรมวิชาการเดิม และสถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สสวท) ในการที่จะดำเนินการ เพื่อให้นักเรียน รู้ถึงข้อดีและข้อเสีย ของนิวเคลียร์ต่อไป

หากท่านอาจารย์ท่านใด เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว มีความคิดเห็นจะช่วยเพิ่มเติมเสริมในส่วนใด โปรดกรุณาติดต่อผู้เขียนได้ ไม่ว่าโดยทางไปรษณีย์ (สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถนนวิภาวดีรังสิต จตุจักร กทม. 10900) หรือ E-mail : somporn@oaep.go.th และอยากเชิญชวนให้ทุกท่าน ลองเข้าไปดูเวปไซต์ ของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ขื่อ www.oaep.go.th และเวปไซต์ของ สมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย ชื่อ www.nst.or.th และ www.geocities.com/nuclearthai ท่านจะพบว่า โลกของนิวเคลียร์ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และยังมีหนังสืออีกหนึ่งเล่ม ที่ขอถือโอกาสแนะนำที่นี้ คือ สารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน (โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) เล่ม ๒๗ ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ผู้เขียนได้มีโอกาสเรียบเรียง เรื่อง “พลังงานนิวเคลียร์” เพื่อนำมาลงพิมพ์เผยแพร่ แก่ประชาชนและเยาวชน ได้รับทราบถึง “ข้อดี” และ “ข้อเสีย” โดยพร้อมๆ กัน