| การพัฒนาเครื่องบินของ
ANP พัฒนาการของด้านตัวเครื่องบิน เริ่มจากการศึกษาความป็นไปได้ในการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียง
(supersonic manned bomber) ซึ่งมีปัญหาทางเทคนิคและได้เปลี่ยนไปใช้เครื่องบินแบบ
B-36 ความเร็วต่ำกว่าเสียงที่ขับดันด้วยพลังงานนิวเคลียร์ในการทดสอบแทน
โดยทำสัญญากับบริษัท Convair Division of General Dynamics Corporation
ในการปรับเปลี่ยนเครื่องบิน B-36 ภายใต้โครงการ X-6 ภายหลังเครื่องนี้ได้นำไปใช้ในการพัฒนาและทดสอบระบบการป้องกันรังสี
หลังจากที่ยกเลิกโครงการ X-6 สัญญาฉบับที่ 2 ทำกับบริษัท Lockheed
Aircraft Corporation ในการทดสอบความเป็นไปได้ของการใช้เครื่องบินท้งระเบิดพลังงานนิวเคลียร์ความเร็วเท่าเสียง
ที่สามารถบินได้ที่ความสูงน้อยกว่า 5,000 ฟุต (1.5 กิโลเมตร)
รายงานการศึกษาของ Lockheed ได้ชี้ให้เห็นจุดสำคัญของการออกแบบเครื่องบินที่ใช้ระบบขับดันด้วยพลังงานนิวเคลียร์ว่า
มีข้อควรระวังที่สำคัญ ข้อแรกคือ เครื่องปฏิกรณ์ในสมัยนั้นมีขนาดใหญ่มาก
มีน้ำหนักเป็นหมื่นปอนด์ ซึ่งจะทำให้เครื่องบินมีน้ำหนักมาก
เครื่องบินโดยทั่วไปจะบรรจุเชื้อเพลิงที่ปีกของเครื่อง ทำให้มีการกระจายน้ำหนักไปทั่วทั้งลำ
ซึ่งจะทำไม่ได้ในเครื่องบินที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ ที่วางเครื่องปฏิกรณ์และฉนวนป้องกันรังสีไว้ใกล้กับเครื่องยนต์
นับเป็นจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาในการออกแบบโครงสร้าง
ข้อสอง คือการลดความแรงรังสีจากเครื่องปฏิกรณ์ให้อยู่ในระดับที่กำหนด
โดยการแบ่งฉนวนป้องกันรังสีออกเป็นส่วนๆ จัดทำเป็นแนวป้องกันรังสีรอบเครื่องปฏิกรณ์และรอบส่วนของลูกเรือ
การลดขนาดและน้ำหนักของฉนวนป้องกันรังสี สามารถทำได้โดยการยอมให้มีรังสีสูงในบริเวณอื่นๆ
หรือให้มีรังสีออกไปสู่สิ่งแวดล้อมได้
ข้อสาม เนื่องจากระบบขับดันด้วยพลังงานนิวเคลียร์นี้ จะนำไปใช้งานที่ไม่มีการจำกัดจำนวนเที่ยวบิน
จึงมีการออกแบบขึ้นมาหลายแบบ โดยคำนวณการใช้งาน และหาทางลดน้ำหนักลงเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง
|