การแถลงข่าวดังกล่าว เกิดขึ้นในระหว่างการประชุม
Asia-Pacific Partnership on Clean Development and Climate
โดยเป็นความคิดริเริ่มภาครัฐ-เอกชน จากประเทศออสเตรเลีย จีน
อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ประเทศทั้ง
6 ดังกล่าว มีประชากรรวมแล้วกว่าครึ่งโลก และครอบคลุมเศรษฐกิจและการใช้พลังงานมากกว่าครึ่งโลก
เท่าที่ผ่านมา เทคโนโลยีการจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้
ประสบผลสำเร็จได้ดีในโครงการทดสอบขนาดเล็ก หากพบว่า สามารถประยุกต์ใช้ในงานขนาดใหญ่
ก็จะมีบทบาทอย่างยิ่งในการลดก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐฯ ลง 18 เปอร์เซ็นต์
ในปี พ.ศ. 2553 และจะทำให้สหรัฐฯ มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าว
จะมีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ ผลของการทดสอบ
จะเป็นตัวสำคัญ ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าในอนาคต ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ
หรือ Future Gen Power Plant ซึ่งจะผลิตก๊าซไฮโดรเจนและกระแสไฟฟ้าจากการเผาไหม้ถ่านหิน
โดยใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง โดยไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จากการประเมินโครงการดังกล่าว พบว่า มีศักยภาพที่จะเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
มากกว่า 600 พันล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
จากแหล่งผลิตพลังงานต่างๆ ในสหรัฐฯ เป็นเวลามากกว่า 200 ปี
ทั้งนี้ เครือข่ายในภูมิภาคต่างๆ ของสหรัฐฯ ที่เป็นหุ้นส่วนในโครงการนี้
รวมกันมีมากกว่า 300 องค์กร ใน 40 มลรัฐ โดยข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากเครือข่าย
จะรวบรวมโดย Information Gateway ที่เรียกว่า NATCARB พัฒนาขึ้นโดยมหาวิทยาลัยแคนซัส
เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านธรณีวิทยา และลักษณะของพื้นโลกของบริเวณที่จะทดสอบ
|