โรงไฟฟ้าในอนาคต
ในปี 2003 อินเดียได้มีแผนในการสร้าง FBR โรงหนึ่งขึ้นเอง และอีกโรงหนึ่งให้กับจีน โดยใช้เทคโนโลยีของรัสเซีย
เกาหลีใต้อยู่ระหว่างการพัฒนา การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ modular FBR ให้มีมาตรฐานสำหรับการส่งออก เช่นเดียวกับมาตรฐานการออกแบบของเครื่องปฏิกรณ์ PWR (Pressurized Water Reactor) และ CANDU ที่มีการพัฒนาและก่อสร้างไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเครื่องต้นแบบ
โครงการเครื่องปฏิกรณ์ FBR ของอินเดีย ได้รวมเอาแนวคิดของการใช้วัสดุเฟอร์ไทล์ (fertile) คือ ทอเรียม-232 (thorium-232) ทำให้เกิดยูเรเนียม-233 (uranium-233) ซึ่งเป็นวัสดุฟิสไซล์ อินเดียได้มีการดำเนินโครงการเครื่องปฏิกรณ์ thermal breeder reactor เช่นกัน โดยใช้ทอเรียมเป็นเชื้อเพลิง เนื่องจาก เครื่องปฏิกรณ์ thermal breeder ไม่สามารถใช้แต่เพียงเทคโนโลยี uranium/plutonium ซึ่งเชื้อเพลิงทอเรียม ถือเป็นแนวยุทธศาสตร์ในโครงการพลังงานของอินเดีย เนื่องจากอินเดียมีแหล่งสำรองทอเรียมจำนวน ขณะที่ปริมาณสำรองทอเรียมทั่วโลก มีอยู่ 3 เท่าของยูเรเนียม
เครื่องปฏิกรณ์ BN-600 (Beloyarsk NNP ในเมือง Zarechny, Sverdlovsk Oblast) ยังคงเดินเครื่องอยู่ และเครื่องปฏิกรณ์ BN-800 ซึ่งเป็นเครื่องที่สอง มีกำหนดการที่จะก่อสร้างก่อนปี 2015
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2006 สหรัฐ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น ได้ลงนามในการเตรียมการวิจัยและพัฒนา เครื่องปฏิกรณ์นิวตรอนเร็วระบายความร้อนด้วยโซเดียม (sodium-cooled fast reactors) เพื่อสนับสนุน โครงการ Global Nuclear Energy Partnership
เศรษฐศาสตร์
การเกิดขึ้นของเชื้อเพลิงพลูโตเนียมในเครื่องปฏิกรณ์ FBR เรียกว่า plutonium economy ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นเวลาอนาคตของพลังงานนิวเคลียร์ และยังเป็นทิศทางของยุทธศาสตร์ โครงการพลังงานของญี่ปุ่นด้วย แต่การที่ยูเรเนียมยังมีราคาถูก ปัจจุบัน เทคโนโลยี FBR จึงยังไม่ใช่คู่แข่งของ ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของเครื่องปฏิกรณ์ PWR และเครื่องปฏิกรณ์เทอร์มัลนิวตรอนชนิดอื่น (thermal reactor) ที่ใช้ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ การออกแบบของเครื่องปฏิกรณ์ PWR จึงยังเป็นเครื่องปฏิกรณ์ ชนิดที่ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ส่วนใหญ่ รวมทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ ที่มีการเสนอให้ก่อสร้าง |