การตรวจโรคหอบหืด
นักรังสีวิทยาพัฒนาวิธีการการถ่ายภาพตำแหน่งที่ทำให้เกิดโรคหอบหืด

นักรังสีวิทยาได้พัฒนาวิธีการใหม่ ในการทำให้เห็นภาพถ่ายของปอดของผู้ป่วยโรคหอบหืด วิธีการนี้ใช้ก๊าซฮีเลียม-3 (polarized helium-3 gas) ทำให้เห็นภาพได้ขณะที่ทำ MRI โดยให้ผู้ป่วยสูดก๊าซฮีเลียม-3 แล้วทำ MRI จะทำให้แพทย์สามารถสังเกตได้ว่าอะตอมของก๊าซเข้าไปในปอดได้ลึกเพียงใด ทำให้ทราบว่าส่วนใดของทางเดินหายใจที่ถูกปิดกั้น และส่วนใดของปอดที่อากาศไหลเวียนได้ พื้นที่ส่วนที่เป็นสีดำ แสดงถึงบริเวณของปอดที่อากาศเข้าไปไม่ถึง ซึ่งเป็นบริเวณที่ก๊าซฮีเลียมเข้าไปไม่ได้
 
 

แผนภาพแสดงโครงสร้างนิวเคลียสสามแบบของฮีเลียม
(Credit: Image courtesy of Argonne National Laboratory)

โรคหอบหืดทำให้เกิดปัญหาในการหายใจของประชากรอเมริกันมากกว่า 22 ล้านคน โรคนี้ยังไม่มีวิธีการรักษา แต่งานวิจัยใหม่นี้จะทำให้ผุ้ป่วยโรคหอบหืดได้พบกับหนทางใหม่ Quinn Taylor ผู้ป่วยโรคนี้มาตั้งแต่เด็ก ได้รับการเตือนให้หมั่นออกกำลังกายเล็กน้อยกล่าวว่า “ผมรู้สึกแน่นหน้าอกเล็กน้อย เมื่อออกไปเตะฟุตบอล” Taylor สมัครเข้าทดสอบเทคนิคการถ่ายภาพแบบใหม่นี้ ซึ่งช่วยให้นักรังสีวิทยามองเห็นภาพภายในปอดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน Eduard de Lange, M.D., นักรังสีวิทยาที่มหาวิทยาลัย Virginia เมือง Charlottesville กล่าวว่า “เรารู้สึกดีขึ้นเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในปอด มันเป็นอะไรที่เป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ ถ้าไปใช้เทคนิคอย่างอื่น”

วิธีการใหม่ที่รวมเอา MRI scans เข้ากับการใช้ก๊าซที่ไม่เป็นอันตรายที่เรียกว่า ฮีเลียม-3 ซึ่งไม่ใช่ฮีเลียมที่ใช้ในลูกบอลลูน แต่เป็นก๊าซพิเศษ ที่ทำให้เห็นภาพภายในปอดได้เมื่อสูดเข้าไประหว่างที่ทำการสแกนด้วย MRI

Dr. de Lange กล่าวว่า “เราสามารถมองเห็นว่าส่วนใดของปอดที่ถูกปิดกั้น ไม่ให้อากาศเข้าไป หรือส่วนใดที่อากาศไหลเวียนได้”

ภาพที่ได้ แสดงให้เห็นว่า ในปอดของคนสุขภาพดี อะตอมของก๊าซฮีเลียม-3 มีการเคลื่อนที่และเข้าไปเต็มปอดอย่างไร ในผู้ป่วยโรคหอบหืด พื้นที่ของปอดจะถูกปิดกั้น อะตอมของฮีเลียม-3 จึงเข้าไปได้ไม่เต็มทั้งปอด

ฝ่ายแพทย์หวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยพัฒนาวิธีการใหม่ในการป้องกัน และรักษาผู้ป่วยโรคหอบหืด ขอบคุณอาสาสมัครอย่างเช่น Taylor ซึ่งจะหายใจได้สะดวกมากขึ้นในไม่ช้านี้

 

หอบหืดหรือภูมิแพ้คืออะไร (ASTHMA OR ALLERGIES?)

หอบหืด (Asthma) เป็นโรคเรื้อรังที่มีผลต่อทางเดินหายใจ ที่เป็นทางผ่านของอากาศเข้าและออกจากปอด ผนังภายในของทางเดินหายใจจะบวมขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง อากาศจึงผ่านเข้าไปที่เนื้อเยื่อปอดได้น้อยลง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังวี้ดขณะหายใจ มีอาการไอ แน่นหน้าอก และหายใจขัด โรคหอบหืดมีความเกี่ยวพันกับอาการภูมิแพ้ แม้ว่าผู้ป่วยโรคหอบหืดจะไม่ได้เป็นภูมิแพ้ทุกคน คนที่เป็นภูมิแพ้ มีแนวโน้มที่จะแพ้ของการกระตุ้นบางอย่าง เช่น ขนสัตว์ ไรฝุ่น ละอองเกสร หรือเชื้อรา รวมทั้ง ควันบุหรี่ และมลพิษในอากาศ

MRI ทำงานอย่างไร

การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็ก (Magnetic resonance imaging) ใช้คลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็กแรงสูง (แทนที่รังสีเอ๊กซ์) ในการถ่ายภาพเพื่อให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจน คลื่นวิทยุจะมีผลต่อโปรตอนในอะตอมของไฮโดรเจน ซึ่งเป็นอะตอมของธาตุที่มีมากที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกายคนเรา เนื่องจากร่างกายมีน้ำในปริมาณสูง คลื่นนี้จะไปกระตุ้นโปรตอน ซึ่งจะให้สัญญาณวิทยุออกมาเมื่อคืนสู่สถานะเดิม คอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนสัญญาณเหล่านี้ให้เป็นภาพ ที่แสดงตำแหน่งที่มีปริมาณน้ำแตกต่างกัน ในเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 
ถอดความจาก Detecting Asthma Radiologists Develop Asthma Imaging Method
เวบไซต์ www.sciencedaily.com