สหประชาชาติกำหนดให้
2005 เป็นปีแห่งฟิสิกส์ของโลก

พ.ศ. 2548 ถือเป็นการครบรอบ 100 ปี แห่งปีมหัศจรรย์ (Miraculous Year) ของอัลเบอร์ต ไอน์สไตน์ โดยในปี พ.ศ. 2448 (ค.ศ. 1905) ไอน์สไตน์ได้เสนอผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญยิ่ง 3 เรื่อง ซึ่งต่อมาได้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ยุคใหม่ ได้แก่

  • ทฤษฎีสัมพันธภาพพิเศษ (Theory of Special Relativity) ต่อมาได้พัฒนา จนมาเป็นสมการที่รู้จักกันทั่วไป คือ E = mc2
  • ทฤษฎีควอนตัม (Qauntum Theory) ซึ่งอธิบายปรากฏการณ์ที่เป็นทั้งอนุภาคและคลื่นของแสง หรือ E = hv และได้รับรางวัลโนเบลจากเรื่องนี้ ในเวลาต่อมา
  • ทฤษฎีการเคลื่อนที่แบบบราวเนียน (The Theory of Brownian Motion) ซึ่งอธิบายการเคลื่อนที่แบบอิสระของโมเลกุลขนาดเล็ก โดยมีตัวแปรเป็น อุณหภูมิ ระยะทาง และเวลา

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ จึงมีมติ เมื่อ 1 มิ.ย. 2547 ดังนี้

  • เห็นว่าวิชาฟิสิกส์ เป็นพื้นฐานที่สำคัญ ในการพัฒนา เพื่อทำความเข้าใจต่อธรรมชาติ
  • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในทุกวันนี้ มีพื้นฐานมาจากฟิสิกส์และฟิสิกส์ประยุกต์
  • เชื่อมั่นว่าการศึกษาทางด้านฟิสิกส์ จะเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ใช้ ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนา
  • ให้ระลึกว่า ปี 2005 เป็นปีที่ครบรอบ 100 ปี ที่อัลเบอร์ต ไอสไตน์ ได้ค้นพบหลักการสำคัญทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของฟิสิกส์ยุคใหม่
  • ให้องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ทำการประกาศให้ทราบทั่วกันว่า 2005 เป็นปีสากลของฟิสิกส์
  • ให้องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ ร่วมมือกับสมาคมฟิสิกส์ และทุกกลุ่มทั่วโลก รวมทั้งประเทศที่กำลังพัฒนา ร่วมกันจัดกิจกรรม เพื่อเฉลิมฉลองปีฟิสิกส์สากล 2005
  • ประกาศให้ปี 2005 เป็นปีฟิสิกส์สากล

สหประชาชาติ โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) จึงได้เชิญชวนองค์กรทางด้านวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อระลึกถึงไอน์สไตน์ และร่วมกันเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการค้นพบนี้ โดยให้จัดการบรรยาย ประชุม สัมมนา จัดนิทรรศการ และให้ทุนการศึกษา เพื่อเผยแพร่ให้คนทั่วไป และเยาวชน ตระหนักถึงความสำคัญในการศึกษาวิชาฟิสิกส์ และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ที่เกิดจากการพัฒนาในสาขาฟิสิกส์ประยุกต์