ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ สทน. ผู้หนึ่ง ซึ่งยังรัก สทน. และต้องการเห็นความเจริญก้าวหน้าของสถาบันแห่งนี้ ใคร่ขอเสนอข้อเสนอบางประการ ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาการบริหารจัดการ ภายใน สทน.ให้ สะดวก รวดเร็ว และประหยัดยิ่งขึ้น
1) ขณะนี้มีพนักงานบางส่วน ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ศูนย์องครักษ์ เป็นประจำ เป็นภาระต่อพนักงานในการขออนุมัติใช้รถแทบทุกวัน สทน. ควรจัดรถให้ออกเป็นเวลา ตัวอย่างเช่น ขณะนี้ สทน. มีรถ 4 คัน สามารถจัดให้ออกได้ทุก ครึ่งชั่วโมง คือ 7:30, 8:00, 8:30 และ 9:00 และ เที่ยวกลับ อาจเป็น 14:00, 14:30, 15:00 และ 15:30 เช่นนี้ก็จะสามารถลดขั้นตอนการขอใช้รถ ประหยัดกระดาษ และกำลังคนไปได้มาก ในกรณีที่มีการใช้รถเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่จัดรถต้องเรียกรถกลับมาใช้ และสลับเที่ยวให้รถออกตามเวลา
2) ในระยะต่อไปที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต้องไปปฏิบัติงานที่องครักษ์ เท่าที่ทราบคือจะต้องจัดหาที่พัก หรือหอพัก ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน ?? ซึ่งไม่ทราบจะทำไปทำไม ใคร่ขอเสนอทางเลือกต่อไปนี้
- จ่ายเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติงานที่องครักษ์ เดือนละ 300 บาท สมมติว่าเจ้าหน้าที่ที่ต้องไป 150 คน เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องอยู่ที่ วิภาวดี เพราะต้องใช้เครื่องปฏิกรณ์ ดังนั้น คิดเป็นรายจ่าย เดือนละ 45,000 บาท หรือ 540,000 บาท ต่อปี หรือ 5,400,000 บาท ต่อ 10 ปี
- ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางนี้จะจ่ายเฉพาะพนักงานเก่า ที่รับโอนมาจาก ปส เท่านั้น ในกรณีพนักงานใหม่( รับภายหลัง) ไม่ต้องจ่าย ดังนั้น ภายใน 10 ปี ภาระนี้จะหมดไป หรือเหลือน้อยมาก
- พนักงานทุกคนต้องเดินทางไปทำงานที่องครักษ์ ไม่ว่าด้วยวิธีใด ถ้าจะมีรถรับส่ง สทน. จะเช่ารถและพนักงานทุกคนที่ประสงค์จะใช้รถรับ-ส่ง จะต้องเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกันเอง
- ที่พักที่ศูนย์วิจัยฯ ฝ่ายบริหาร ต้องตัดสินใจว่าจะจัดเป็น หอพัก หรือ บ้านพัก ถ้าจะเป็นหอพัก สทน. ต้องจัดอุปกรณ์ ของใช้ที่จำเป็นให้พร้อม และต้องกำหนดระเบียบและระยะเวลาการเข้าพัก และผู้เข้าพักต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบำรุงรักษา ถ้าจะจัดเป็นบ้านพัก ผู้เข้าพักต้องจัดหาอุปกรณ์มาเอง และเช่นเดียวกัน ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบำรุงรักษา ให้เพียงพอต่อการรักษาสภาพของที่พักไว้ได้ โดย สทน. อาจให้เงินอุดหนุนเล็กน้อย เพื่อให้ตัวตึกคงสภาพอยู่ได้ และ สทน. ไม่มีสิทธ์บังคับให้เจ้าหน้าที่เข้าพักในกรณีออกภาคสนาม ถ้าจะจัดเป็นบ้านพัก
3) สถานที่ปฏิบัติงาน ต้องเร่งจัดสรรพื้นที่ให้แต่ละหน่วยงานโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้การจัดสรรพื้นที่ ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในลักษณะของงาน ไม่ใช่ใครไปก่อนได้ก่อน
4) ปัญหาที่ผู้บริหาร สทน. คิดว่าเป็นปัญหาคือการขาดโครงการขนาดใหญ่ การทำโครงการขนาดใหญ่ หัวหน้าโครงการต้องเป็นผู้มีอำนาจ และมีลูกน้องพอสมควร เจ้าหน้าที่ของ สทน. หลายท่าน เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถสูง หลายท่านเคยบริหารโครงการใหญ่ๆ มาแล้ว และเมื่อโอนมาที่ สทน. ก็รับเงินเดือนในระดับสูงมาก หลายท่านเกือบ แสนบาท แต่ฝ่ายบริหารไม่เคยใช้งานให้เต็มความสามารถของท่านเหล่านี้เลย ด้วยนโยบาย Flat ของท่าน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการปิดกั้นโครงการขนาดใหญ่ ทุกคนไม่ว่าใหญ่มาจากไหนมีฐานะเป็นหัวหน้าโครงการเท่ากัน ทำให้เกิดโครงการเล็ก โครงการน้อย เต็มไปหมด เพราะทุกคนต้องเอาตัวรอด ที่ถูกแล้วถ้าคิดไม่ออก สทน.ควรมอบหมายให้ท่านเหล่านี้ ซึ่งเท่าที่สังเกตดู ใน สทน. มีประมาณ 4-5 ท่าน ต้องจัดทำโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้เหมาะสมกับเงินเดือนของท่าน โดย สทน. ต้องแต่งตั้งและอำนวยความสะดวก โดยจัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในโครงการเหล่านี้ ตามคำร้องขอของหัวหน้าโครงการ
หวังว่าคงเป็นประโยชน์ในการบริหารงานไม่มากก็น้อย
