Thai Nuclear Community
พฤษภาคม 23, 2013, 03:03:48 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เนื่องจากมี SPAM เข้าสู่ระบบจำนวนมาก จึงขอปิดการรับสมัครสมาชิกเปิดการชั่วคราว ท่านยังสามารถ ถาม/ตอบ ปัญหาทางนิวเคลียร์ได้ที่ Facebook ของสมาคมฯ และ สทน. ได้ตามลิ้งค์นี้ สมาคมนิวเคลียร์ฯ และ สทน.
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถึงฝ่ายบริหาร สทน.  (อ่าน 3246 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
TINT47
nucleon
*

Karma: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: เมษายน 10, 2007, 04:27:17 PM »

 ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ สทน. ผู้หนึ่ง ซึ่งยังรัก สทน. และต้องการเห็นความเจริญก้าวหน้าของสถาบันแห่งนี้ ใคร่ขอเสนอข้อเสนอบางประการ ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาการบริหารจัดการ ภายใน สทน.ให้ สะดวก รวดเร็ว และประหยัดยิ่งขึ้น
1) ขณะนี้มีพนักงานบางส่วน ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่ ศูนย์องครักษ์ เป็นประจำ เป็นภาระต่อพนักงานในการขออนุมัติใช้รถแทบทุกวัน สทน. ควรจัดรถให้ออกเป็นเวลา ตัวอย่างเช่น ขณะนี้ สทน. มีรถ 4 คัน สามารถจัดให้ออกได้ทุก ครึ่งชั่วโมง คือ 7:30, 8:00, 8:30 และ 9:00 และ เที่ยวกลับ อาจเป็น 14:00, 14:30, 15:00 และ 15:30 เช่นนี้ก็จะสามารถลดขั้นตอนการขอใช้รถ ประหยัดกระดาษ และกำลังคนไปได้มาก ในกรณีที่มีการใช้รถเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่จัดรถต้องเรียกรถกลับมาใช้ และสลับเที่ยวให้รถออกตามเวลา
2) ในระยะต่อไปที่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต้องไปปฏิบัติงานที่องครักษ์ เท่าที่ทราบคือจะต้องจัดหาที่พัก หรือหอพัก ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน ??  ซึ่งไม่ทราบจะทำไปทำไม ใคร่ขอเสนอทางเลือกต่อไปนี้
      - จ่ายเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติงานที่องครักษ์ เดือนละ 300 บาท สมมติว่าเจ้าหน้าที่ที่ต้องไป 150 คน เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องอยู่ที่ วิภาวดี เพราะต้องใช้เครื่องปฏิกรณ์ ดังนั้น คิดเป็นรายจ่าย เดือนละ 45,000 บาท หรือ 540,000 บาท ต่อปี หรือ 5,400,000 บาท ต่อ 10 ปี
    - ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางนี้จะจ่ายเฉพาะพนักงานเก่า ที่รับโอนมาจาก ปส เท่านั้น ในกรณีพนักงานใหม่( รับภายหลัง) ไม่ต้องจ่าย ดังนั้น ภายใน 10 ปี ภาระนี้จะหมดไป หรือเหลือน้อยมาก
-   พนักงานทุกคนต้องเดินทางไปทำงานที่องครักษ์ ไม่ว่าด้วยวิธีใด ถ้าจะมีรถรับส่ง  สทน. จะเช่ารถและพนักงานทุกคนที่ประสงค์จะใช้รถรับ-ส่ง จะต้องเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกันเอง
 -  ที่พักที่ศูนย์วิจัยฯ ฝ่ายบริหาร ต้องตัดสินใจว่าจะจัดเป็น หอพัก หรือ บ้านพัก ถ้าจะเป็นหอพัก สทน. ต้องจัดอุปกรณ์ ของใช้ที่จำเป็นให้พร้อม และต้องกำหนดระเบียบและระยะเวลาการเข้าพัก และผู้เข้าพักต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบำรุงรักษา ถ้าจะจัดเป็นบ้านพัก ผู้เข้าพักต้องจัดหาอุปกรณ์มาเอง และเช่นเดียวกัน ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบำรุงรักษา ให้เพียงพอต่อการรักษาสภาพของที่พักไว้ได้ โดย สทน. อาจให้เงินอุดหนุนเล็กน้อย เพื่อให้ตัวตึกคงสภาพอยู่ได้ และ สทน. ไม่มีสิทธ์บังคับให้เจ้าหน้าที่เข้าพักในกรณีออกภาคสนาม  ถ้าจะจัดเป็นบ้านพัก
3) สถานที่ปฏิบัติงาน ต้องเร่งจัดสรรพื้นที่ให้แต่ละหน่วยงานโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้การจัดสรรพื้นที่ ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในลักษณะของงาน ไม่ใช่ใครไปก่อนได้ก่อน
4) ปัญหาที่ผู้บริหาร สทน. คิดว่าเป็นปัญหาคือการขาดโครงการขนาดใหญ่ การทำโครงการขนาดใหญ่ หัวหน้าโครงการต้องเป็นผู้มีอำนาจ และมีลูกน้องพอสมควร เจ้าหน้าที่ของ สทน. หลายท่าน เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถสูง หลายท่านเคยบริหารโครงการใหญ่ๆ มาแล้ว และเมื่อโอนมาที่ สทน. ก็รับเงินเดือนในระดับสูงมาก หลายท่านเกือบ แสนบาท แต่ฝ่ายบริหารไม่เคยใช้งานให้เต็มความสามารถของท่านเหล่านี้เลย ด้วยนโยบาย Flat ของท่าน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการปิดกั้นโครงการขนาดใหญ่ ทุกคนไม่ว่าใหญ่มาจากไหนมีฐานะเป็นหัวหน้าโครงการเท่ากัน ทำให้เกิดโครงการเล็ก โครงการน้อย เต็มไปหมด เพราะทุกคนต้องเอาตัวรอด ที่ถูกแล้วถ้าคิดไม่ออก  สทน.ควรมอบหมายให้ท่านเหล่านี้ ซึ่งเท่าที่สังเกตดู ใน สทน. มีประมาณ 4-5 ท่าน ต้องจัดทำโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้เหมาะสมกับเงินเดือนของท่าน โดย สทน. ต้องแต่งตั้งและอำนวยความสะดวก โดยจัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในโครงการเหล่านี้ ตามคำร้องขอของหัวหน้าโครงการ
   หวังว่าคงเป็นประโยชน์ในการบริหารงานไม่มากก็น้อย  Huh
บันทึกการเข้า
TINT003
nucleon
*

Karma: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2008, 04:28:25 PM »

    ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณในข้อเสนอแนะด้วยความปราถนาดี ซึ่งความหวังดีของท่านก็ไม่ได้สูญเปล่า จากห้วงเวลาที่ผ่านไปก็คงได้เห็นการตอบสนองที่เป็นรูปธรรมบ้างแล้วตามโอกาส และความเหมาะสม จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ท่านคาดหวัง ก็ไม่ได้ห่างไกลไปจากสิ่งที่ส่วนบริหารได้ตั้งใจจะดำเนินการอยู่แล้ว คาดว่าผลที่เกิดขึ้นก็คงจะสร้างความพึงพอใจได้พอสมควร
     หากมีข้อคิดเห็นหรือเสนอแนะอื่นๆอีกก็ยินดีรับฟัง และจะพิจารณาสนองตอบให้
บันทึกการเข้า
nirun
nucleon
*

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 12:49:24 PM »

คำถามกับคำตอบห่างกัน ๑ ปี ๒ เดือน ๑๐ วัน
แปลว่าท่านใช้เวลาในการทบทวนเพื่อตอบคำถามนี้อย่างรอบคอบมากๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
tint33
nucleon
*

Karma: +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 17, 2008, 09:54:26 AM »

ผมก็มีคำถามที่ต้องการทราบว่าผู้บริหารของ สทน.ท่านได้เล็งเห็นความสำคัญของบุคคลากรที่ได้ปฏิบัติงานในส่วนที่มีความเสี่ยงต่อการได้รับรังสีหรือไม่
  .บุคคลากรของ สทน.มีหลายหน่วยงานที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับด้านความเสี่ยงกับด้านรังสี อาทิเช่น ศูนย์ไอโซโทป(หน่วยงานเดิมของท่านผู้บริหาร),ฝ่ายจัดการเครื่องปฏิกรณ์(เดินเครื่อง,ซ่อมบำรุงเครื่องปฏิกรณ์),ศูนย์ฉายรังสี,ศูนย์จัดการกากฯเป็นต้น ซึ่งบุคคลากรเหล่านี้ต้องทำงานเสี่ยงต่อการได้รับรังสีตลอดเวลา ท่านอย่าตอบว่ามันไม่มีอันตรายใดๆเพราะท่านก็รู้เท่ากับบุคคลากรเหล่านี่รู้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ ระยะเวลาสั้นๆอาจจะไม่มีผลแต่ระยะยาวๆละครับ ท่านผู้บริหารช่วยตอบหน่อยครับว่าได้มีแนวทางในการช่วยเหลือเรื่องค่าตอบแทนพิเศษกับบุคลากรเหล่านี้หรือไม่(อย่าตอบว่ากำลังคิดจะทำเพราะท่านผู้บริหารทุกท่านก็เคยปฏิบัติงานด้านนี้มานาน)อย่ามัวแต่ไปคิดทำแต่เฉพาะเรื่องเงินประจำตำแหน่ง หน.ฝ่ายบ้างที่เห็นตั้งกันขึ้นมาตั้ง 33 ฝ่าย บางฝ่ายก็มีคนอยู่2-3คนและไปรวมกันอยู่ที่งานบริหารจัดการซะเป็นส่วนมากท่านผู้บริหารช่วยดูหน่อย อย่าเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนและพ้องเพื่อนมากเลยเดี่ยวองค์กรจะล่มก่อน หวังว่าคงจะมีข่าวดีๆให้กับปุคคลากรที่ทำงานปิดทองหลังองค์กรบ้างนะครับ
                                           
บันทึกการเข้า
TINT003
nucleon
*

Karma: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 19, 2008, 06:13:06 PM »

ความเสี่ยง การปฏิบัติงานในแต่ละด้านย่อมมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ไม่เฉพาะส่วนที่ทำงานด้านปฏิบัติการ พนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่การเงิน ผู้บริหาร ฯลฯ ต่างก็มีความเสี่ยง ซึ่งรูปแบบความเสี่ยงก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าจะจัดการบริหารความเสี่ยงกันอย่างไร
       ความเสี่ยงต่อการได้รับรังสี ก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่การทำงานก็ต้องมั่นใจว่าสามารถเตรียมการรองรับ และป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า ได้มีการจัดฝึกอบรมด้านการป้องกันอันตรายจากรังสี รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือในการป้องกัน ตลอดจนการตรวจสุขภาพให้เป็นประจำ ซึ่งเป็นการลดระดับความเสี่ยงไปได้มากพอ
        ค่าตอบแทนความเสี่ยงผู้ปฏิบัติงานด้านรังสี ทางราชการได้เคยจัดให้ในรูปของค่าวิชาชีพเฉพาะ ซึ่งเมื่อโอนมาเป็นสทน.แล้ว เงินส่วนนี้ได้ผนวกไว้ในส่วนของเงินเดือนแล้ว นอกจากนี้ก็ได้มีการจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานทางรังสีนอกเวลาราชการให้ไว้ ในโอกาสต่อไปก็จะจัดทำประกันอุบัติให้ ซึ่งก็ได้มีการจัดให้ตามกฎ ระเบียบที่พอจะอำนวยให้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.38 วินาที กับ 20 คำสั่ง